การสวดพระปริตร

 

พระปริตร คือ อะไร
พระปริตร คือเครื่องคุ้มครองปกป้องไม่ให้เกิดอุปสรรคอันตราย ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงประทานให้แก่พระภิกษุสงฆ์สาวกทั้งหลาย
 
เพื่อคุ้มครองป้องกันอันตรายจากภายนอก เช่น อัคคีภัย แผ่นดินไหว ซูนามิ และป้องกันอันตรายภายใน คือ โรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น
  
เมื่อพระอาจารย์อารยวังโสจัดสวดพระปริตรเพื่อแผ่นดินไทยที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลายครั้งก็ได้ไปร่วมฟังสวด มีความรู้สึกขณะฟังว่า เกิดการปิติ และศรัทธาในพระพุทธองค์มากๆ ทำให้มีกำลังใจที่จะทำความดี ตามที่พระพุทธเจ้าสอน แม้หลังจากนั้น ความรู้สึกก็ยังอยู่ตลอด 
 
ดังนั้น เมื่อฟังทุกครั้งในแต่ละเดือนที่หลวงพ่ออารยวังโสสวด รู้ตัวว่าจิตใจดีขึ้น ยิ่งได้ฟังเข้าร่วมพิธีทุกเดือน ก็ยิ่งเพิ่มความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้ามากขึ้น 
 
    นั่นคือ ประกอบกรรมดี ละกรรมชั่ว เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชิวตตัวเองมากๆ
 
ถ้าทุกคนมีความคิดอย่างนี้ คือ ประกอบกรรมดี ละกรรมชั่ว แผ่นดินไทยก็มีความสงบรุ่งเรืองตลอดไป การสวดพระปริตรเพื่อแผ่นดินไทยของหลวงพ่ออารยวังโสก็จะเป็นอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณ”
 
                                           ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี
 
 
ที่มาของพระปริตร
การนับถือพระปริตรเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์มีมาแต่ก่อนพุทธกาล และมีกล่าวไว้เป็นหลักฐานตั้งแต่สมัยเกิดทุพภิกขภัยและโรคระบาดขึ้นในลังกา ซึ่งภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ร่วมกันสวดรัตนสูตรช่วยให้ฝนใหญ่เทลงมา แล้วทุพภิกขภัยและโรคระบาดก็หายไป จึงอาจเป็นได้ว่า พระเถระในชมพูทวีป และพระเถระชาวลังกาเลือกคัดพระสูตร พระคาถา และพระพุทธวจนะต่างๆ มารวมเพื่อใช้บริกรรมหรือภาวนา สำหรับคุ้มครองป้องกันรักษาตัว

ส่วนในประเทศไทยนั้น สันนิษฐานว่า คัมภีร์พระปริตรหรือเจ็ดตำนาณและสิบสองตำนาณนั้น ไทยเราคงจะได้รับมาพร้อมกับรับพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเมื่อรับพระพุทธศาสนา
แบบหินยานลัทธิลังกาวงศ์
อานิสงส์ของการสวดพระปริตร
เชื่อกันว่าพระปริตรเป็นโอสถวิเศษที่มีสรรพคุณชะงัด พระปริตรจะมีอานุภาพมากด้วยการสวดและบริกรรม คือ
 
การเปล่งเสียงโดยสัตยาธิษฐาน และฟังด้วยความเลื่อมใส
 
เพราะเท่ากับเป็นการนำเอาอานุภาพและพระพุทธคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำเอาสัจจะของพระธรรม และ พระเมตตากรุณาของพระอริยสงฆ์ทั้งปวงให้มาปรากฏแก่ใจ และให้กำลังใจแก่เราด้วย
 
เมื่อดวงใจประกอบด้วยพระพุทธคุณและสัจธรรม ทั้งมีความเมตตากรุณาแผ่ออกไปกว้างขวางโดยไม่มีขอบเขตเช่นนั้น ก็ย่อมจะทรงอานุภาพสามารถเปลี่ยนใจศัตรูให้กลับกลายเป็นมิตร หรือให้หมดอำนาจไม่อาจทำอันตรายได้ ก่อให้เกิดความปลอดภัย
 
 
สวดพระปริตรอย่างไร
พระปริตรกล่าวถึง คุณของพระรัตนตรัย และกล่าวถึงการเจริญเมตตาภาวนา ดังนั้น การสวดพระปริตรเป็นประจำจะทำให้เกิดอานุภาพกับผู้ที่ปฏิบัติโดยตรง 

แต่เดิมการสวดพระปริตรเป็นการบริกรรมภาวนาเฉพาะตัว เพื่อคุ้มครองป้องกันตัวเอง ให้ได้รับผลานิสงส์ ประสบความสวัสดี ปราศจากทุกข์ ได้รับชัยชนะ เหนือสัตว์ร้าย อมนุษย์ร้าย ทั้งหลาย แคล้วคลาดจากอุปสรรค อันตราย มีสุขภาพดีและมีอายุยืน
 
แต่เมื่อการสวดพระปริตรขยายวงกว้างออกไปเพื่อคุ้มครองผู้อื่น จึงเกิดพิธีกรรมสวดพระปริตรเป็นหมู่คณะ หรือเจริญพุทธมนต์ขึ้น 

ผู้สวดพระปริตรต้องเพียบพร้อมด้วยองค์ ๓ คือ
 
๑. มีเมตตามุ่งประโยชน์แก่ผู้ฟัง
 
๒. สวดถูกอักขระ ไม่มีบทพยัญชนะที่ผิดพลาด
 
๓. รู้ความหมายของบทสวด 

แม้ผู้ฟังพระปริตรก็ต้องมีองค์ ๓ เช่นกัน คือ
 
๑.ไม่เคยทำอนันตริยกรรม ๕ คือ ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา ฆ่าพระอรหันต์ ประทุษร้ายนางภิกษุณี และทำสังฆเภท
 
๒.ไม่มีมิจฉาทิฐิที่เห็นผิดว่า กรรมและผลกรรมไม่มี
 
๓.เชื่อมั่นในพลานุภาพพระปริตรว่า มีจริง สามารถคุ้มครองผู้ฟังได้จริง 

อย่างไรก็ดี พระปริตรจะไม่คุ้มครองรักษา เพราะเหตุ ๓ ประการคือ
 
๑. กรรมเข้าขัดขวาง ๒. กิเลสเข้าขัดขวาง ๓. เพราะไม่เชื่อในอานุภาพ 
การสวดพระปริตรนั้น มีอำนาจอานุภาพคุ้มครอง ป้องกันอันตรายภัยพิบัติต่าง ๆ เกิดความสุขสวัสดีมีชัย และยังถือว่าเป็นมงคล ไม่มีคำสาปแช่งให้ร้าย เป็นการให้พร แสดงความปรารถนาดี ด้วยหลักธรรมสำคัญสองข้อคือ สัจจกิริยา และ เมตตา 

ผู้สวดพระปริตรมีเมตตาจิตเป็นเบื้องต้น แล้วสวดด้วยคิดจะช่วยขจัดปัดเป่าให้เขาพ้นทุกข์ ตามความมุ่งหมายของพระปริตร และ ขณะสวดมีจิตใจมั่นคง ไม่ฟุ้งซ่าน พระปริตรจะบำบัด ขจัดปัดเป่า ป้องกัน คุ้มครอง มีเดช มีอานุภาพ การเปล่งเสียงพระปริตรด้วยจิตที่เลื่อมใส ศรัทธาอย่างแท้จริง พร้อมกับจินตนาการเชื่อว่าเป็นยาวิเศษที่มีสรรพคุณชะงัด ไม่น้อยไปกว่าสมุนไพรทั้งหลาย
 
การตั้งใจสวดย่อมแสดงถึง ความเมตตารักใคร่ที่มีต่อกัน เพื่อป้องกันและปัดเป่าภยันตรายออกไป เป็นการน้อมนำอานุภาพพระพุทธคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สัจจะ และ พระธรรม ความเมตตากรุณาให้แผ่ออกไปกว้างขวาง โดยไม่มีขอบเขต
 

บทสวดพระปริตรมีอะไรบ้าง?

โบราณจารย์ได้จำแนกพระปริตรออกเป็น ๒ ประเภทคือ

- เจ็ดตำนาน มี ๗ พระปริตรคือ

๑. มังคลปริตร ๒. รัตนปริตร ๓. เมตตปริตร ๔. ขันธปริตร ๕. โมรปริตร ๖. ธชัคคปริตร ๗. อาฏานาฏิยปริตร

- สิบสองตำนาน มี ๑๒ พระปริตร โดยเพิ่มจากเจ็ดตำนานอีก ๕ พระปริตรคือ

๑. วัฏฏกปริตร ๒. อังคุลิมาลปริตร ๓. โพชฌังคปริตร ๔. อภยปริตร ๕.ชัยปริตร

พระปริตรยังปรากฏอยู่ในคัมภีร์มิลินทปัญหา วิสุทธิมรรค และอรรถกถาต่าง ๆ โดยเพิ่ม อิสิคิลิปริตร เป็นอีกหนึ่งปริตรด้วย

พระ ปริตรที่ปรากฏในบทสวดมนต์ไทย ฉบับปัจจุบันมี ๑๒ ปริตร อิสิคิลิปริตรไม่ได้จัดไว้ในบทสวดมนต์ เพราะเป็นพระปริตรที่กล่าวถึงชื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าเท่านั้น ไม่เหมือนพระปริตรอื่นที่แสดงคุณของพระรัตนตรัย หรือเมตตาภาวนา

พระปริตรที่ควรสวดเสมอ ๆ

ผู้ มีเวลาน้อย ควรสวดพระปริตรที่สั้นและสำคัญ จึงควรสวดพระปริตร ๔ บทแรก คือ เมตตปริตร ขันธปริตร โมรปริตร และอาฏานาฏิยปริตร เมตตปริตร และขันธปริตร เน้นการเจริญเมตตาภาวนา โมรปริตร และอาฏานาฏิยปริตร เน้นการเจริญพระพุทธคุณ ผู้มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ควรสวดโพชฌังคปริตร

 



หน้า 1/1
1
[Go to top]



E-mail:watsamma_1090@hotmail.co.th