พระบิณฑบาตยืนให้พร...ต้องอาบัติทุกกฏ

 จริงๆ ก็อาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ 

แต่เป็นเรื่องน่าคิดไตร่ตรองอยู่เหมือนกัน...


มีพระวินัยบัญญัติไว้ 
พระยืนแสดงธรรมต่อผู้ที่นั่งที่ไม่เจ็บป่วยต้องอาบัติทุกกฏ 
การให้พรอาจถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงธรรม 
มติของพระผู้ใหญ่หลายท่านจึงเห็นว่า 
การที่ออกบิณฑบาตแล้วยืนให้พร 
ขณะที่โยมนั่งยองๆ รับพร ต้องอาบัติทุกกฏแน่นอน...



นอกจากนี้ยังมีพระอีกกลุ่มหนึ่งที่แสดงจริยาไม่งามในการให้พร 
โดยเฉพาะพระที่ไปยืนรับบาตรตามตลาด 
แข่งกันให้พรเสียงดังระงม 
เหมือนต้องการจะเรียกญาติโยมที่เดินไป 
ใครอยากได้บุญจากการให้พรก็ให้ 
มาใส่บาตรที่ตน...!!!



ส่วนญาติโยมเองก็พึงใจที่จะให้พระให้พรหลังใส่บาตร 
เพราะคิดว่าบุญจะได้หรือไม่ได้อยู่ที่พรจากพระ 
ทั้งที่อานิสงค์จากการทำบุญเกิดขึ้นตั้งแต่มีเจตนาจะทำ 
เมื่อกระทำ และหลังการกระทำเมื่อระลึกถึงบุญนั้น 
โดยไม่จำเป็นต้องได้รับพรจากพระเลย...!!!



จะว่าไปแล้ว ประเพณีการให้พร
เวลาบิณฑบาตก็เพิ่งมีขึ้นน่าจะไม่เกิน ๒๐ ปีนี้เอง 
ก่อนหน้านั้น ก็ไม่เห็นว่าเวลาพระออกบิณฑบาตต้องให้พร 
เพราะพระจะต้องอนุโมทนาในหอฉันเสมออยู่แล้ว 
และเวลาพระออกบิณฑบาตให้คำสอนก็ให้ไปพร้อมวิปัสนา 
ถ้าทุกครั้งที่ใส่บาตรต้องมัวแต่คอยให้พร 
ก็ไม่รู้จะหาวิปัสนาได้อย่างไร...?



ไม่รู้ว่าประเพณีเช่นนี้กำเนิดจากไหน และแผ่ขยายไปทุก
ภูมิภาค ยุคนี้กลายเป็นว่า 
พระไม่ให้พรเป็นการผิดประเพณีไป 
ญาติโยมที่ใส่บาตรก็ไม่พอพอใจ 
ถึงขั้นไม่ยอมใส่บาตรพระองค์นั้นอีก 
เพราะคิดว่าถ้าพระไม่ให้พรจะไม่ได้บุญ 
แทนที่จิตจะเป็นกุศลกลับเป็นอกุศล โทสะ โมหะครอบงำ 
มีบางรายถึงกับไปร้องเรียน ถึงเจ้าคณะเขต 
พระที่ไม่ได้ให้พรก็ถูกเรียกไปตักเตือน...
(อะไรหวา...ผมยังงง...!!!)



เมื่อให้พร พระสุ่มเสี่ยงที่จะผิดพระวินัย 
แต่ครั้นจะไม่ให้พรทุกวันนี้พระก็อาจโดนตำหนิจากญาติโยม 
แล้วจะทำอย่างไร 
ก็คงต้องเป็นเรื่องที่พุทธบริษัททั้งหลายพึงทำความเข้าใจในคำสอนให้ชัดเจน...>>>

(แล้ว...คุณๆ คิดอย่างไรครับ?) 


***************************************



หน้า 1/1
1
[Go to top]



E-mail:watsamma_1090@hotmail.co.th